เหนื่อย แต่เพื่อลูก ฉันล้มไม่ได้ !! แม่เลี้ยงเดี่ยวกัดฟันสู้! เลี้ยงลูกพิการหลังโดนพี่เลี้ยงทารุณกรรมจนต้องผ่าตัดสมอง โดยการขับรถบรรทุก เปิดท้ายขายมันเทศ เพื่อประทังชีวิตไปวันๆ !

“ตอนนั้นหมอบอกว่าถึงช่วยชีวิตได้ ต่อไปก็จะมีผลข้างเคียงมากมาย” ฉันไม่สนว่าจะเกิดอะไรขึ้น เพราะยังไงเขาก็คือดวงใจของฉัน

คุณแม่เลี้ยงเดี่ยววัย 38 ปีเลี้ยงลูกชายที่สงสัยว่าโดนพี่เลี้ยงทารุณกรรมที่ศีรษะมาโดยลำพัง หลังจากผ่านการผ่าตัดบริเวณศีรษะถึง 4 ครั้งหนูน้อย“Diandian” วัย 5 ขวบถึงเอาชีวิตรอดมาได้ เธอมีลูกชายอีกคนวัย 12 ปี ทุกวันศุกร์เธอจะขับรถบรรทุกจากไถจงไปขายมันเทศที่ไทเปโดยเอาลูกไปด้วย ตกกลางคืนทั้งแม่ทั้งลูกก็นอนในรถ วันอาทิตย์ค่อยขับกลับ วันนึงได้นอนแค่ 3-4 ชั่วโมง “เหนื่อย แต่เพื่อลูก ฉันล้มไม่ได้”

เธอเคยมีชีวิตแต่งงาน แต่เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วก็หย่า ลูกสาวคนโตอยู่กับสามีเก่า ต่อมาได้มีโอกาสได้รู้จักกับพ่อของลูกชายสองคนนี้ แต่ฉันคงไม่มีดวงเรื่องเนื้อคู่ ก็เลยเลี้ยงลูกมาตามลำพังดีกว่า ตอนแรกเธอเช่าบ้านแล้วขายผลไม้อยู่ในไทเป แต่ต่อมาโดนตำรวจห้ามไม่ให้ขาย บวกกับค่าครองชีพในไทเป ค่าเช่าบ้านที่แสนแพง ของก็แพงก็เลยพาลูกๆสองคนกลับไปอยู่บ้านเกิดที่ไถจง แล้วก็ขับรถค้าขายระหว่างเมืองแทน

เธอนึกย้อน “ตอนแรกคิดว่าทำอย่างนี้ลูกๆจะได้มีชีวิตที่ดีขึ้น” ตอนนั้นก็เลยหาพี่เลี้ยงมาดูแลลูกได้คนนึง นึกว่าตัวเองจะสามารถวางใจแล้วทำงานที่ไทเปได้ แต่ให้พี่เลี้ยงดูแล DianDian ที่ตอนนั้นอายุขวบ 8 เดือนได้แค่ 11 วันก็เกิดเรื่อง วันที่เกิดเรื่องเธอทำงานอยู่ที่ไทเป ตอนนั้นเธอได้รับโทรศัพท์จากโรงพยาบาล : “ลูกชายของคุณอาการหนัก ขณะนี้ยังไม่ได้สติ สถานการณ์ไม่ค่อยดีนัก”

เธอเล่าว่า คุณหมอถอดเสื้อผ้าของ Diandian ออกแล้วก็พบว่ามีรอยบวมแดงทั้งตัว มีเลือดออกในเยื่อหุ้มสมอง เลือดออกในโพรงสมอง สมองบวมน้ำ สถานการณ์แย่มาก ตอนนั้นคุณหมอได้บอกแล้วว่าไม่น่ารอด แถมยังโน้มแน้วให้เธอปล่อยลูกไป เพราะถึงรอดก็จะมีอาการตามมาอีกมากมาย แต่เธอว่า : “ฉันเป็นคนรักเด็ก ไม่ว่ายังไงก็ต้องช่วยเขาให้ได้”

ตอนนั้น หลังคุณหมอพยายามอย่างหนัก ก็สามารถช่วยชีวิต Diandian ไว้ได้ แต่เนื่องจากสมองบวมน้ำอย่างหนัก หลังการผ่าตัดถึง 4 ครั้ง แม่จะรอดแต่อาการของ Diandian ในตอนแรกก็คือ ไม่สามารถนั่งได้ ตาสองข้างมองไม่เห็น ตอนนี้อาการดีขึ้นเล็กน้อย สามารถเดินได้แล้ว แต่ร่างกายด้านซ้ายทั้งตา มือ ขาเป็นอัมพาต “เหมือนคนเส้นเลือดในสมองแตก”

เนื่องจาก Diandian ต้องการระยะเวลาในการรักษาและกายภาพบำบัด เธอก็เลยไม่ได้ทำงานไปกว่า 2 ปี ใช้ชีวิตโดยอาศัยเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล แต่เพื่อชีวิตรอด รอจนกระทั่ง Diandian อาการดีขึ้น เดินได้ เธอก็เริ่มขายของส่ง แต่เลือกขายของที่จะไม่เสียง่ายอย่างมันเทศ ปกติเธอจะซื้อจากสวนแถวบ้านในไถจง แล้ววันศุกร์ก็ขับรถไปขายที่ไทเปในวันศุกร์ – อาทิตย์
เวลาเธอขึ้นมาขายมันที่ไทเป ก็จะเอา Diandian มาด้วย ส่วนลูกชายคนโตต้องมาพบหมอเดือนละครั้งเรื่องปากแหว่งเพดานโหว่ ก็จะขึ้นมาด้วยกัน 3 คนแม่ลูกขายของจนถึง 4 ทุ่มก็เก็บแผง จากนั้นเธอจะขับรถไปจอดแถวแมคโดนัลล์ แล้วสามคนแม่ลูกก็นอนขดกันในรถ แม้ว่าในรถจะเล็ก แต่เธอก็ยังทำของเล่นไว้ให้ Diandian บางครั้ง Diandian นอนไม่หลับ เธอที่ขับรถขายของเหนื่อยมาทั้งวัน ก็ยังต้องเล่านิทานให้ลูกฟัง

เธอขึ้นมาขายของที่นี่ได้ปีกว่าแล้ว เนื่องจากแถวนั้นมีแมคโดนัลล์ และร้านโยชิโนย่า ที่เปิด 24 ชั่วโมง ทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องเข้าห้องน้ำ ถ้ามีแค่เธอกับ Diandian มาไทเป เวลานอนสามารถนอนลงไปบนเบาะได้เลย แต่ถ้าลูกชายคนโตมาด้วย เด็กสองคนก็จะนอนไปบนเบาะ ส่วนเธอนั่งหลับบนเบาะคนขับ “แน่นอนว่าหลับไม่สบาย” หน้าหนาวสามารถปิดหน้าต่างนอนได้ แต่หน้าร้อนจำเป็นต้องเปิดหน้าต่าง แล้วยุงก็จะเข้ามาวุ่นวาย ต้องเตรียมยากันยุงให้พร้อม

เวลา Diandian ช่วยแม่ขายมันเทศ เขาก็จะร้องเสียงดังว่า “มันอร่อยต้องซื้อ ไม่ซื้อเดี๋ยวเสีย” บางครั้งลูกค้าก็จะสังเกตเห็นรอยแผลเป็นที่หัว Diandian ก็จะถามอย่างเป็นห่วงว่า “เกิดอะไรขึ้น?” Diandian ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร ก็ขายมันต่อไปโดยไม่รู้เรื่อง ใครๆเห็นก็สงสาร

เห็นภาพแบบนี้ เธอก็ยิ่งสงสารและเห็นใจลูก เธอว่า “บางทีเธอก็คิด ถ้าตอนนั้นไม่ร้องขอชีวิตลูกไว้คงจะสบายกว่านี้” “เห็นลูกทำอะไรก็ไม่สะดวก แถมยังไม่รู้ตัวว่าตัวเองเป็นอะไร มันน่าสงสารมาก” ความสามารถด้านการใช้สมองของเขา ส่งผลกระทบต่อการเรียนรู้ บางทีก็สอนยากมาก เขาไม่รู้ว่าเราพูดอะไร เธอก็เสียใจ ทำได้แค่ภาวนาให้อาการของลูกดีขึ้นเรื่อยๆ

เธอเล่าว่า เมื่อเดือนพฤศจิกาปีที่แล้ว ศาลแขวงของเมืองตัดสินกักบริเวณพี่เลี้ยงเป็นเวลา 30 วัน และจองจำ 10 เดือน แต่พี่เลี้ยงไม่ยอมรับทั้งสองคำตัดสิน ยื่นอุทธรณ์ต่อศาล สิ่งที่แม่ของ Diandian โกรธที่สุดก็คือ จนถึงเดี๋ยวนี้พี่เลี้ยงก็ยังไม่ยอมรับว่าตัวเองทำผิด ไม่เลยจ่ายค่าเสียหาย หลายปีมานี้ก็ไม่เคยมาเยี่ยม Diandian แต่สังคมก็ยังมีน้ำใจ ชาวบ้านแถวตลาดที่เธอไปขายของ พอรู้ว่า Diandian เจออะไรมา ทุกอาทิตย์ก็จะมาเยี่ยม แล้วยังมีคนซื้อของมาฝาก

ตอนนี้สิ่งที่เธอกลัวที่สุดคือตัวเองเป็นอะไรไป ไม่ว่าเหนื่อยแค่ไหนเธอก็จะไม่สบายไม่ได้ “ลูกเป็นพลังของฉัน ไม่ว่าจะลำบากแค่ไหน ฉันก็จะสู้ต่อไป”

Diandian ในวัย 5 ขวบยังได้รับผลกระทบจากการบาดเจ็บ แต่แม่ของเขาก็พยายามดูแลอย่างดี

แม่เธอขายมันและผลไม้ ชาวบ้านแถบนั้นก็มาช่วยอุดหนุนอย่างเต็มที่

credit : siamdrama

เรื่องเกี่ยวข้องอื่น