หัวเว่ย แถลงหลังกูเกิลตัดขาด

ด้วยยอดขายสมาร์ทโฟนกว่า 200 ล้านเครื่อง จึงไม่แปลกใจที่เกิดกระแสความแตกตื่นและหวั่นวิตกกังวลในหมู่ผู้บริโภคว่า สมาร์ทโฟน หัวเว่ย ที่ครอบครองอยู่จะไม่ได้รับการซัพพอร์ต จาก Google เพราะเป็นหนึ่งในบัญชีรายชื่อบริษัทที่ถูกทางการสหรัฐอเมริกาขึ้นบัญชีดำไม่ให้บริษัทสหรัฐฯ ทำการค้าด้วย

แม้ว่า ทางบัญชีทวิตเตอร์ทางการของ Android (@Android) จะออกแถลงการณ์สั้นๆ ว่า ยังคงให้บริการ Google Play และอัพเดตความปลอดภัยจาก Google Play Protect ให้กับอุปกรณ์ Huawei รุ่นปัจจุบัน

แต่ก็ยังไม่ชัดเจนถึง อนาคต ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป

ล่าสุดเมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 20 พ.ค. “หัวเว่ย” ได้ออกแถลงการณ์ถึงกรณีดังกล่าวเป็นภาษาไทยระบุว่า จากกรณีการนำเสนอข่าวของสํานักข่าวรอยเตอร์ เกี่ยวกับกูเกิลจะระงับการทำธุรกิจกับหัวเว่ยนั้น

หัวเว่ยขอชี้แจงว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา หัวเว่ยได้เป็นส่วนสำคัญในพัฒนาการและการเติบโตของแอนดรอยด์ทั่วโลก และในฐานะที่เป็นพันธมิตรรายหลักของแอนดรอยด์ในระดับโลก เราได้ร่วมทำงานอย่างใกล้ชิดกับแพลตฟอร์มโอเพ่นซอร์ซของพันธมิตรทั่วโลกเพื่อพัฒนาอีโคซิสเต็มที่ก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อผู้ใช้และต่ออุตสาหกรรมนี้

หัวเว่ยขอให้ความมั่นใจว่าจะยังคงให้บริการอัพเดตซอฟท์แวร์ด้านความปลอดภัยและบริการหลังการขายแก่ผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตของหัวเว่ยที่มีอยู่ในปัจจุบันทั้งหมดต่อไป ครอบคลุมถึงโมเดลที่ได้จำหน่ายออกไปแล้วและที่ยังรอการจัดจำหน่ายอยู่ในสต็อคทั่วโลก

เราขอยืนยันว่าจะยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าสร้างอีโคซิสเต็มของซอฟท์แวร์ที่ปลอภัยและยั่งยืนเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดสู่ผู้ใช้ทั่วโลก

ขณะเดียวกันก่อนหน้านี้ นายเหริน เจิ้งเฟย ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Huawei ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนต่างประเทศ ว่า ข้อจำกัดที่สหรัฐฯตั้งขึ้นจะไม่ส่งผลกระทบต่อการเติบโตของ Huawei มากนัก และหัวเว่ยยังคงสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างไม่มีปัญหา แม้ว่าจะไม่สามารถซื้อชิปจากซัพพลายเออร์ในสหรัฐฯ

ขอขอบคุณ ประชาชาติธุรกิจ

เรื่องเกี่ยวข้องอื่น