นี่สิ…ชายชาติทหาร!!! “บิ๊กตู่”ขอโทษ ไม่ได้มุ่งหวังทำคนจนลำบาก เข้าใจต้องนั่งกระบะกลับบ้าน ขอหยุดสร้างวาทกรรมยันกม.มีอยู่แล้วแต่ปล่อยละเลย?

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการ ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย โดยมีเนื้อหาบางช่วงที่น่าสนใจเกี่ยวกับมาตรการช่วยลดอุบัติเหตุ วินัยจราจร รวมไปถึงการเดินทางกลับภูมิลำเนาของประชาชนว่า “สำหรับมาตรการเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนน ที่ผมในฐานะหัวหน้า คสช.ได้ออกคำสั่งตามมาตรา 44 และเป็นประเด็นในสังคมอยู่ในเวลานี้นั้น ก็เป็นเพียงการเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่เดิม โดยมุ่งหวังที่จะลดอุบัติเหตุ ลดความโศกเศร้าจากการสูญเสีย และลดเรื่องราวสะเทือนใจในห้วงเวลาแห่งความสุข จากการเสนอข่าวที่คอยแต่จะนับตัวเลขอุบัติเหตุ คนเจ็บ คนตาย แต่ไม่ได้เตือนให้ทุกคนเคารพกฎหมาย สร้างความตระหนักรู้ให้เกิดความเปลี่ยนแปลง เพราะไม่มีอะไรดีกว่าการแก้ที่ต้นเหตุ ก็คือการป้องกันตนเอง การรับผิดชอบต่อผู้อื่น ผู้ร่วมทาง และมีจิตสำนึก จิตสาธารณะ หากเราไม่ทำแบบนี้ เราจะมีความสุขได้อย่างไรกัน ต้องช่วยกัน

ทุกคนทราบดีว่าที่ผ่านมาทุกเทศกาลวันหยุดยาว เราจะได้พบเห็นอุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นจำนวนมาก หรือแม้กระทั่งในเวลาปกติก็ตาม ซึ่งจะสร้างความเศร้าโศกเสียใจให้แก่ญาติ พ่อแม่ พี่น้อง ลูกหลาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุบัติเหตุใหญ่ๆ ที่มีคนเจ็บ คนตายจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นรถบัส รถตู้ รถกระบะที่มีคนนั่งท้าย เพราะว่าเมาแล้วขับ สร้างความเดือดร้อนให้กับคนอื่น เจ็บ หรือว่าเสียชีวิต เพราะไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ขับรถเร็วเกินไป คึกคะนอง และอื่นๆ อีกมากมาย ทำให้เราจะต้องปล่อยให้เหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ผมเข้าใจดี พี่น้องประชาชนจะต้องเดินทางกลับภูมิลำเนา หรือไปเที่ยวตามที่ต่างๆรวมทั้งการฉลองเทศกาลสงกรานต์ จำนวนมาก ที่ต้องเดินทางโดยรถไฟ รถบัสโดยสาร รถตู้ และ จำนวนมากที่เดินทางด้วยรถส่วนตัว รถปิกอัพ นั่งท้ายบ้าง ไม่นั่งท้ายบ้าง ซึ่งเราคงจะให้ไปนั่งรถทัวร์ หรือรถโดยสาร ทั้งหมด คงเป็นไปไม่ได้ในเวลานี้ เพราะว่าต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น แล้วก็เวลานี้ประชาชนยังใช้ปิกอัพในการสัญจรไปมาเป็นจำนวนมาก และบางครั้งไปรถโดยสารตั๋วก็เต็ม รอนาน หาไม่ได้ ก็ไม่ได้กลับบ้าน เวลาก็มีน้อย จริงๆผมขอโทษตรงนี้ แต่ถ้าทุกคนเคารพกฎหมาย กฎจราจร ซึ่งมีบังคับใช้ตามปกติอยู่แล้ว การบาดเจ็บสูญเสียก็จะไม่เกิดขึ้น ไม่ต้องทำกฎหมายอะไรเพิ่มขึ้นอีกแล้ว ไม่ว่าจะรถอะไร ทุกคนต้องช่วยกันระมัดระวัง คิดถึงผู้อื่น จะรู้ได้เองว่า ควรจะป้องกันได้อย่างไร อย่าหวังพึ่งกฎหมายอย่างเดียว เจ้าหน้าที่ทุกคนทำงานหนัก เสียสละอยู่แล้ว ไม่เคยได้ไปหยุดในวันนักขัตฤกษ์ต่างๆ เลย ต้องคอยดูแลประชาชนอยู่ตลอดเวลา แล้วท้ายสุดก็ถูกตำหนิ ว่าทำไมมีการบาดเจ็บ สูญเสียมากขึ้นทุกปีๆ

ต้องช่วยกันนะครับ รัฐบาล เจ้าหน้าที่ ไม่สามารถดูแลได้ทั้งหมด ถ้าทุกคนไม่ช่วยกันเคารพกฎหมายบ้าง อะไรบ้าง ที่สามารถทำได้มากที่สุด เราก็จะพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันได้ด้วยความเข้าอกเข้าใจ ประชาชน ผมเข้าใจนะครับ ถ้าเราบังคับใช้กฎหมายเต็มที่ที่ไม่เคยใช้มาก่อน ก็อาจจะสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนมากเกินไป เจ้าหน้าที่ก็อาจจะต้องอะลุ้มอล่วยให้ในบางส่วน ดังนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ชี้แจงไปแล้ว เช่น เพื่อสร้างวินัยการจราจรที่ถูกต้อง ผู้ขับขี่ และผู้โดยสารที่นั่งเบาะหน้า ต้องคาดเข็มขัดนิรภัยตามกฎหมาย แต่จะรวมผู้ที่นั่งเบาะหลังที่ยังไม่มีเข็มขัดนิรภัย ก็เตือนไปก่อน ส่วนผู้โดยสารรถสาธารณะ รถแท็กซี่ รถตู้ รถบัส ต้องคาดเข็มขัดทุกที่นั่ง

และรถกระบะ อนุโลมให้นั่งท้ายกระบะได้ ไม่เกิน 6 คน แต่ห้ามนั่งบนขอบ หรือท้ายกระบะ ซึ่งกฎหมายเหล่านี้มีอยู่แล้วทุกตัวในอดีต แต่บังคับใช้ไม่ได้ ถูกละเลยมาเป็นเวลานาน ก็ค่อยๆ แก้ไขกัน ค่อยๆ ปฏิบัติกัน รัฐบาลเห็นใจทุกคนจริงๆ ไม่ได้ต้องการจะมุ่งหวังบังคับ ละเมิดสิทธิ ทำให้คนจนลำบาก คนรวยไม่มีปัญหา เหล่านี้เป็นการสร้างวาทกรรมให้เกิดความไม่ร่วมมือเกิดขึ้นทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นก็ขอให้ ไม่ว่าจะสื่อ โซเชียลมีเดีย หรือประชาชนที่ยังไม่เข้าใจนั้น ช่วยกรุณาลดระดับลงไปบ้าง ไม่มีอะไรที่มันจะได้มาเปล่าๆ นะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชีวิต ทรัพย์สิน มันเสียไปแล้วยากที่จะกลับคืนมา ก็ลองคิดเอา

สิ่งที่ผมเน้นย้ำก็คือ ผู้ขับขี่ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอุบัติเหตุทั้งปวง ต้องไม่ดื่มสุรา ไม่ประมาท ไม่โทร ไม่แชต โทรศัพท์ พักผ่อนให้เพียงพอ ใช้ความเร็วตามกฎหมายกำหนด และรักษาวินัยจราจร ผู้โดยสารควรป้องกันตัวเองด้วยการคาดเข็มขัดนิรภัยทุกคน รถทุกคันบนถนน ทั้งรถจักรยานยนต์ รถยนต์ส่วนบุคคล และรถโดยสารสาธารณะทุกประเภท ต้องตรวจสภาพให้พร้อมก่อนออกเดินทาง ทั้งนี้ ทุกคนบนถนนมีส่วนรับผิดชอบในความปลอดภัยซึ่งกันและกัน มอเตอร์ไซค์ ผมก็เป็นห่วงนะครับ การสูญเสีย สถิติทุกปี หรือตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้น การสูญเสียจากรถมอเตอร์ไซค์เป็นส่วนมาก กับรถตู้ รถโดยสาร ทำนองนี้นะครับ

หลังสงกรานต์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะได้มีการหารือกันอีกครั้งเพื่อพิจารณาความเหมาะสม รับฟังความคิดเห็นจากประชาชนทุกภาคส่วน ว่าเราจะปรับมาตรการกันอย่างไรให้สอดคล้องกับความเป็นจริง จะมีห้วงเวลาอย่างไรให้ประชาชนได้มีโอกาสปรับตัว ปรับวิถีการเดินทางบนท้องถนน ซึ่งรัฐบาลจะเร่งรณรงค์สร้างความเข้าใจอย่างต่อเนื่องต่อไป

ผมขอให้ทุกคนเดินทางไป-กลับโดยสวัสดิภาพ ใช้ความระมัดระวัง มีสติ คิดถึงคนที่อยู่ที่บ้าน และมีความสุขในเทศกาลสงกรานต์ทุกคน รวมทั้งขอขอบคุณเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร และอาสาสมัคร ที่เสียสละความสุขส่วนตน และอุทิศเวลาทำงานเพื่อส่วนรวม รวมทั้งครอบครัวของเจ้าหน้าที่ทุกท่านด้วย อย่าน้อยใจ อย่าเสียใจ เราก็ต้องสร้างความเข้าใจไปเรื่อยๆ เพราะเราก็คือคนไทยด้วยกันทั้งสิ้น และกฎหมายก็พยายามทำให้ทุกคนอยู่ในกรอบกฎหมายให้มากที่สุด เรื่องแท็กซี่ รถขนส่งสาธารณะ ก็ควรจะต้องเร่งปรับปรุงตัวเองด้วย มีปัญหาเกิดขึ้นมากมายกับผู้รับบริการ ขอให้ทำด้วยใจ ด้วยหน้าที่ โดยอาชีพอันสุจริตของท่านอย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มีความรับผิดชอบ และมีน้ำใจต่อกัน

ที่มา : tnews

เรื่องเกี่ยวข้องอื่น