กระจ่างแล้ว!! “พล.อ.ประยุทธ์” ลั่นสงกรานต์นี้ “กระบะ” ให้เล่นน้ำแบบไหนได้? เลิกโวยวายแล้วตั้งใจฟัง เคลียจบนะ!!

เมื่อวานนี้ 4 เมษายน 2560 “พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยแล้วว่า “พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความเป็นห่วงว่าการเล่นน้ำเทศการสงกรานต์ โดยขอให้รัฐมนตรีทุกกระทรวงชี้แจงกับประชาชน โดยเฉพาะการรณรงค์เล่นน้ำให้มีความปลอดภัย โดยสามารถเล่นน้ำบนท้ายรถกระบะได้แต่ต้องจอดรถ

แต่หากจะเล่นสาดน้ำบนรถขณะรถวิ่ง ให้เล่นในพื้นที่ชุมชนถนนสายรอง ส่วนจังหวัดเชียงใหม่ หรือ จังหวัดอื่นๆที่มีการจัดงานสงกรานต์บนถนนสายหลักนั้น นายกเทศมนตรีสามารถคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อผ่อนปรนให้เล่นสาดน้ำบนท้ายรถกระบะได้และทั้งนี้ ในส่วนของการนั่งท้ายรถกระบะเดินทางกลับภูมิลำเนา ไม่สามารถทำได้ เพราะมีการบังคับใช้ ม.44 คุมเข้มเรื่องความปลอดภัย รัฐบาลไม่อยากให้เกิดการสูญเสียในช่วงเทศกาลแห่งความสุข ส่วนจะสามารถลดความสูญเสียได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของประชาชนในการใช้รถใช้ถนนและเคารพกฏหมาย และทั้งนี้ ในส่วนของการนั่งท้ายรถกระบะเดินทางกลับภูมิลำเนา ไม่สามารถทำได้ เพราะมีการบังคับใช้ ม.44 คุมเข้มเรื่องความปลอดภัย รัฐบาลไม่อยากให้เกิดการสูญเสียในช่วงเทศกาลแห่งความสุข ส่วนจะสามารถลดความสูญเสียได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของประชาชนในการใช้รถใช้ถนนและเคารพกฏหมาย


จากมาตรการบังคับใช้กฎหมาย กรณีผู้โดยสารจะต้องรัดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่งในรถทุกประเภท ที่ทำการจดทะเบียนกับกรมขนส่งทางบก ตามคำสั่งกฎหมาย ม.44 กรณีรถกระบะแบบมีแคปว่า สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้หรือไม่ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบก ได้อธิบายและชี้แจงตรงกันว่า ไม่ใช่แค่ห้ามนั่งท้ายกระบะ แต่ตรงช่วงแคป ก็ห้ามนั่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) ได้มอบแนวทางการปฏิบัติแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วประเทศ โดยให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด ทั้งกับรถขนส่งสาธารณะ รถโดยสารและรถยนต์ทุกประเภทที่ฝ่าฝืนไม่รัดเข็มขัดนิรภัย หากพบว่าที่นั่งภายในรถจัดให้มีเข็มขัดแต่ประชาชนไม่รัดเข็มเข็ดนิรภัยก็จะต้องถูกปรับ 500 บาท ทันที

ส่วนกรณีรถกระบะมีแคป ขณะนี้พบว่าประชาชนเกิดความสับสนว่า สามารถนั่งได้หรือไม่ พล.ต.ท.วิทยา ชี้แจงว่า ทางบช.น.ได้ถือปฏิบัติตามคำสั่งของสตช.คือ ห้ามรถกระบะมีแคปบรรทุกคนโดยเด็ดขาด หากพบเห็นจะดำเนินการปรับทันที เพราะในการจดทะเบียนของรถกระบะนั้น จะจดทะเบียนเป็นรถกระบะบรรทุกส่วนบุคคลไม่เกิน 7 นั่ง จะมีป้ายทะเบียนกำกับประเภทรถ เป็นป้ายสีขาวตัวอักษรสีเขียววัตถุประสงค์ของแคปคือ มีไว้เพื่อตั้งวางสิ่งของเท่านั้น ที่ผ่านมากลับมีการใช้บรรทุกคนจนเคยชิน ซึ่งแคปนั้นไม่มีอุปกรณ์สำหรับความปลอดภัยของผู้ที่นั่งอยู่ในแคป และไม่ได้ออกแบบมาเพื่อให้คนนั่ง

ทั้งนี้ ในการจับปรับรถกระบะที่บรรทุกคนโดยสารในแคปนั้น เจ้าหน้าที่ไม่ได้จับปรับในข้อหาไม่รัดเข็มขัดนิรภัย แต่จะปรับในข้อหา ใช้รถยนต์ผิดประเภท ซึ่งถือว่าผิดตาม พ.ร.บ.รถยนต์ 2522 มาตรา 21 ห้ามมิให้ผู้ใดใช้รถไม่ตรงตามประเภทที่จดทะเบียนไว้ ฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท นอกจากนี้กรณีที่ให้ผู้โดยสารนั่งข้างหลังกระบะก็ถือว่ามีความผิดเช่นกัน

 

ขอบคุณจาก: siamvariety

เรื่องเกี่ยวข้องอื่น