งงกันทั้งหมู่บ้าน!! ชาวบ้านถูกเจ้าหน้าที่จับ พร้อมปรับ 50,000-100,000 บาท เพราะใช้สิ่งนี้แปรรูปอาหาร ก่อนเผยทำมาหลาย10ปีเพิ่งเคยโดนจับ

ผู้สื่อข่าวได้รายงานเข้ามาว่า เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 9 เมษายน 2561 กลุ่มชาวบ้านผู้ประกอบอาชีพต่อเนื่องประมง ในเขตตำบลบ้านแหลม อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี กว่า 50 คน นำโดยนายกรกต อารมณ์ดี อายุ 41 ปี ผู้ประสานงานกลุ่มผู้ประกอบอาชีพต่อเนื่องประมง น.ส.สุมล สุตะวิริยะวัฒน์ อดีตสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดเพชรบุรี เดินทางมายังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเพชรบุรี ยื่นหนังสือต่อนายณัฐวุฒิ เพ็ชรพรหมศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ขอความเป็นธรรมกรณี ที่เจ้าหน้าที่จากสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดเพชรบุรี พร้อมอุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบุรี และองค์กรร่วมหลายหน่วยงาน เข้าตรวจบ้านเรือนที่ทำอาชีพต่อเนื่องประมง และแจ้งจับชาวบ้านประกอบอาชีพผิดกฎหมาย โดยไม่มีการสอบถาม ตักเตือน หรือให้คำแนะนำแต่อย่างใด โดยมีนายประพันธ์ ลีปายะคุณ ประมงจังหวัดเพชรบุรี นายศรีธรรม ราชแก้ว นายอำเภอบ้านแหลม นายปริทัศน์ วรรณสิทธิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเพชรบุรี ร่วมรับฟัง

นายกรกต กล่าวว่า ชาวบ้านแหลมส่วนใหญ่ประกอบอาชีพประมง และอาชีพต่อเนื่องกับประมง จับสัตว์ทะเล แปรรูป และจำหน่าย โดยจะทำกันในครัวเรือนวันไหนที่จับสัตว์ทะเลได้จำนวนมากก็จะนำออกไปจำหน่าย ส่วนที่เหลือก็จะนำมาแปรรูปใช้คนในครอบครัว และจ้างงานเพื่อนบ้าน มาล้าง และต้มหอย ต้มปลา โดยใช้ก๊าซหุงต้มที่ใช้ในครัวเรือนทั่วไป หรือใช้ห้องเย็นสำหรับเก็บรักษาของสดไม่ให้เน่า ซึ่งอาชีพดังกล่าวเป็นวิถีชีวิตและเป็นเศรษฐกิจฐานรากที่ทำสืบกันมาจากบรรพบุรุษ แต่ปรากฏว่าเมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่ภาครัฐจากหลายหน่วยงาน อาทิ สำนักงานประมง อุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบุรี คุ้มครองแรงงาน ประกันสังคม และเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง เดินทางมาตรวจสอบที่บ้านผู้ประกอบอาชีพต่อเนื่องประมง และแจ้งว่าเปิดสถานประกอบการแปรรูปสัตว์น้ำผิดกฎหมาย พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2535 และดำเนินคดีอย่างไม่เป็นธรรม

“ ชาวบ้านแหลมนำ ปู กุ้ง หอย ที่เหลือจากการจำหน่ายมาต้มเพื่อแปรรูปตามวิถีอาชีพทีทำต่อเนื่องมาหลายสิบปี แต่ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่ที่เข้าตรวจสอบกลับแจ้งฐานความผิดว่าเปิดสถานประกอบการแปรรูปสัตว์น้ำผิดกฎหมาย พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2535 มีเครื่องจักร เช่น เตาแก๊สและถังแก๊ส เกิน 50 แรงม้า มีห้องเย็น และมีคนงานเกิน 6 คนขึ้นไปโดยไม่แจ้ง ทั้งที่ความเป็นจริงชาวบ้านใช้เตาแก๊สและเชื้อเพลิงจากถังแก๊สขนาด 15 กก.ซึ่งเป็นขนาดถังที่ใช้ในครัวเรือนทั่วไป มีแรงงานเป็นคนในครอบครัวเพื่อนบ้านที่มาช่วยแรง บางส่วนเป็นผู้สูงอายุ 60-70 ปี ที่ไม่ได้มีอาชีพรับจ้างโดยตรงแต่เพียงมาช่วยเป็นครั้งคราวซึ่งได้ค่าตอบแทนเป็นสินน้ำใจไม่ได้ทำต่อเนื่องเป็นประจำทุกวัน และมีห้องเย็นที่ไว้แช่ของสดเพื่อไม่ให้เกิดการเปื่อยไม่ใช่ทำห้องเย็นเพื่อการส่งออกหรือนำเข้าเช่นเดียวกับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และแจ้งจับเสียค่าปรับโดยไม่มีการสอบถาม ตักเตือน หรือให้คำแนะแต่อย่างใด ตนและชาวบ้านรู้สึกสับสนว่าภาครัฐต้องการให้ชาวบ้านทำอย่างไร ให้ไปในทิศทางไหนกันแน่

ด้านนางจรรยง เลียนชอบ อายุ 42 ปี กล่าวว่า เมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบที่บ้าน และแจ้งว่าตนเปิดสถานประกอบการแปรรูปสัตว์น้ำผิดกฎหมาย พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2535 โดยมีเครื่องจักร เช่น เตาแก๊สและถังแก๊ส เกิน 50 แรงม้า และมีคนงานเกิน 6 คนขึ้นไป จากนั้นให้ตนยินยอมรับผิดตามที่ถูกกล่าวหา มีโทษปรับตั้งแต่ 50,000-100,000 บาท โดยให้ตนไปเสียค่าปรับภายใน 15 วัน
“ตนทำกินตามอาชีพของบรรพบุรุษที่มีมาหลายชั่วอายุคน ประกอบอาชีพนี้มานานกว่า 8 ปี ไม่เคยรู้มาก่อนว่าเตาแก๊สและถังแก๊สที่ใช้ในครัวเรือนจะเป็นเครื่องจักรที่ผิดกฎหมาย สอบถามเพื่อนร่วมอาชีพหลายคนก็พบว่าถูกเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและดำเนินคดีทันทีหลายราย การกระทำดังกล่าวทำให้ตนและชาวบ้านได้รับความเดือนร้อนเป็นอย่างมาก ตอนนี้ชาวบ้านทำอะไรก็ผิดเพราะกฏหมายเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมมากมาย ชาวบ้านไม่รู้กฏหมายแทนที่เจ้าหน้าที่จะแจ้งเตือนให้ชาวบ้านได้รับทราบเพื่อจะได้ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง แต่กับจับกุมดำเนินคดีเลย พร้อมปรับในอัตราสูง ชาวบ้านไม่ได้ร่ำรวยเป็นคนหาเช้ากินค่ำ หากบังคับใช้กฏหมายอย่างเด็ดขาดเช่นนี้ ชาวบ้านตายแน่ขอให้เห็นใจชาวบ้านด้วย”

ทั้งนี้กลุ่มผู้ประกอบการฯ ได้ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ชะลอการดำเนินคดีเพื่อให้ตักเตือนและสอน เพื่อชาวบ้านจะได้เรียนรู้ ข้อกำหนด และปฏิบัติต่างๆ และให้มีการปรับปรุง พื้นที่ที่ประกอบ อาชีพการณ์ให้ถูกต้องตามระเบียบ และขอให้ ผ่อนผันพื้นที่สิ่งแวดล้อมในอำเภอบ้านแหลม ให้เป็นพื้นที่เขตเศรษฐกิจในบางส่วน เพื่อชาวบ้านจะได้ทำอาชีพต่อ เพราะการปรับหรือการหยุดไม่ให้ทำงาน ชาวบ้านจะไม่มีอาชีพอื่นรองรับ ทำให้ชาวบ้านไม่มีรายได้เลี้ยงชีพ เพราะส่วนใหญ่ทำหาเช้ากินค่ำ ในการทำอาชีพต่อเนื่องประมง อีกทั้งขอให้สวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หาทางแก้ไข สร้างพื้นที่ทำกินให้ชาวบ้าน ที่มีอาชีพต่อเนื่องประมง มีพื้นที่ทำกินมีอาชีพอย่างมั่นคงถาวรยั่งยืน และให้ความรู้ ให้ชาวบ้านสามารถแก้ไข ไปแนวทางที่ภาครัฐจะพัฒนาอย่างยั่งยืน
เบื้องต้นนางฉัตรพร ราษฏรดุษดี ผวจ.เพชรบุรี รับทราบเรื่องดังกล่าว กล่าวว่า จะประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม โดยให้นายอำเภอ ประมงจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ และเร่งดำเนินการแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชน พร้อมนำประเด็นปัญหาดังกล่าวเสนอต่อกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต่อไป

เรียบเรียงโดย ทีมงานสยามนิวส์

เรื่องเกี่ยวข้องอื่น