ยายวัยกว่า 90 ปี ฝากเงินธนาคารกว่า 6 แสน จู่ๆลูกหลานไปค้นเจอ ตัดสินใจไปสอบถามธนาคาร สุดท้ายได้คำตอบมาแทบหงายเงิบ หน้าซีดเป็นไก่ต้ม ใครก็ได้ช่วยด้วย!! (มีคลิป)

เมื่อเร็ว ๆ นี้ทางผู้สื่อข่าวนำเสนอเรื่องราวจากครอบครัวของคุณยายอายุกว่า 90 ปี รายหนึ่ง ซึ่งได้ร้องทุกข์ผ่านรายการ “คลายทุกข์ชาวบ้าน”

หลังจากที่คุณยายได้ฝากเงินไว้ในบัญชีออมทรัพย์ของธนาคารรัฐ หวังนำเงินไว้ใช้ยามแก่เฒ่า รวมเป็นยอดทั้งสิ้นกว่า 600,000 บาท แต่เมื่อลูกสาวทราบเรื่องแล้วนำบัญชีดังกล่าวไปตรวจสอบ กลับได้รับแจ้งว่าบัญชีถูกปิดไปแล้ว แถมยังพบความผิดปกติหลายอย่างด้วยกัน

โดยลูกสาวของคุณยายเล่าว่า แม่ของตนนั้นเริ่มฝากเงินในบัญชีดังกล่าวตั้งแต่ พ.ศ. 2526 โดยมียอดสุดท้ายใน พ.ศ. 2531 เป็นจำนวนกว่า 600,000 บาท สมุดบัญชีเล่มนี้ถูกเก็บทิ้งไว้นานเกือบ 30 ปี ตนเพิ่งมาเห็นสมุดบัญชีในปีนี้ แต่เมื่อนำไปตรวจสอบกับนายธนาคารสาขาที่ระบุไว้ในสมุดบัญชี กลับได้รับแจ้งว่าบัญชีถูกปิดไปแล้ว ขัดกับนโยบายที่กำลังจะเตรียมประกาศใช้ของรัฐ กับ พ.ร.บ.การบริหารจัดการบัญชีเงินฝากที่ไม่มีการเคลื่อนไหวของสถาบันการเงิน พ.ศ. ที่หากบัญชีธนาคารไม่มีความเคลื่อนไหว ตลอด 10 ปี รัฐจะริบเข้าเงินคงคลัง แต่ทายาทสามารถไปติดต่อเพื่อรับคืนได้

โดยก่อนหน้าที่ทางธนาคารจะแจ้งเรื่องดังกล่าว ทางครอบครัวได้พยายามขอให้ธนาคารสาขานี้ตรวจสอบเรื่อง แต่ก็ไม่สามารถตรวจสอบในระบบออนไลน์ได้ ทางสาขาจึงแจ้งว่าจะส่งเอกสารไปยังสำนักงานใหญ่ โดยให้รอฟังผลอีกครั้ง กระทั่งต่อมาทางผู้จัดการธนาคารสาขาดังกล่าวได้โทร. มาแจ้งว่าบัญชีถูกปิดไปแล้ว เงินถูกถอนออกไปทั้งบัญชีเมื่อ พ.ศ. 2532 แต่เมื่อขอหลักฐาน ธนาคารกลับไม่มีให้ แถมยังพยายามจะเจรจาด้วยวาจาโดยไม่มีเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษร

เมื่อตนสอบถามกับแม่ซึ่งเป็นเจ้าของบัญชี และถามญาติพี่น้อง ทุกคนไม่มีใครรู้ถึงเงินจำนวนดังกล่าว เมื่อจะติดต่อสำนักงานใหญ่ก็ถูกสกัดกั้นไม่ให้เข้าพบผู้อำนวยการ จนต้องส่งเอกสารผ่านทางไปรษณีย์ แต่สุดท้ายก็ได้คำตอบแบบเดียวกัน แถมยังชี้ว่าหลักฐานทั้งหมดก็ถูกทำลายไปหมดแล้วตามระเบียบของธนาคาร

ทั้งนี้ ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ให้แนวทางในกรณีนี้ว่า อยากให้ธนาคารออกมาชี้แจงและตรวจสอบให้ชัดเจนว่าใครเป็นผู้ถอนเงินออกจากบัญชี เพราะเงินจำนวน 600,000 บาท ของเมื่อ 30 ปีที่แล้วนับเป็นเงินจำนวนมหาศาล และอยากจะแจ้งไปยังประชาชนทั่วไปให้หมั่นตรวจสอบบัญชีเงินฝากของตน โดยมีการฝากหรือถอนเพิ่มเติมด้วย ไม่ใช่เพียงการอัปเดตสมุดเงินฝากอย่างเดียว เพราะหากบัญชีไม่มีความเคลื่อนไหวเกิน 10 ปี อาจเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ได้

โดยจากนี้ขอแนะนำทางญาติของคุณยายไปร้องทุกข์ต่อศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรม และหากยังไม่ได้คำตอบที่ชัดเจนจากธนาคารอีก เรื่องก็คงต้องถึงชั้นศาล
ด้าน นายอินทราวุธ สมมาตร หัวหน้าศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรม เผยว่า หากมีการร้องทุกข์มายังศูนย์ ก็จะมีนิติกรช่วยรับเรื่องและรวบรวมเอกสารหลักฐานทั้งหมด เพื่อจะช่วยดูว่าเรื่องทั้งหมดมีสาเหตุจากอะไร และจะต้องทำอะไรหลังจากนี้ โดยขอให้นำบัตรประชาชน เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเปิดบัญชี รวมถึงนำข้อมูลข้อเท็จจริงทั้งหมดมาด้วย

มีคลิป

ขอบคุณ รายการคลายทุกข์ชาวบ้าน

ที่มา: siamnews

เรื่องเกี่ยวข้องอื่น